วัดพระธาตุดอยคำ ตั้งอยู่ที่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เดินทางไปได้ตามเส้นทางเลียบคลองชลประทาน จะมีป้ายบอกข้ามคลองไปทางต.แม่เหียะ จะพบทางขึ้นเขาไปยังพระธาตุดอยคำ พระธาตุดอยคำนอกจากจะเป็นที่สักการะบูชาของคนท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของการบินไทยที่ใช้กำหนดพื้นที่ทางสายตา ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบิน

ข้อมูลทั่วไป อุทยานแห่งชาติออบขาน มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 302,500 ไร่ หรือ 484 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ท้องที่ตำบลสะเมิงใต้ ตำบลแม่สาบ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ขาน-แม่วาง ท้องที่ตำบลแม่วิน ตำบลบ้านกาด ตำบลดอนเปา ตำบลทุ้งปี้ อำเภอแม่วาง ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง และป่าท่าช้าง-แม่ขนิล ท้องที่ตำบลน้ำแพร่ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงที่สุด ได้แก่ ยอดขุนเตียนสูง 1,550 เมตร มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงาม ได้แก่ ออบขาน ออบไฮ ผาตูบ ถ้ำตั๊กแตน ถ้ำห้วยหก น้ำตกแม่สะป๊อก และน้ำตกขุนวิน นอกจากนี้ยังมีพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าที่สำคัญอีกหลายชนิด

ประวัติความเป็นมา บ้านแม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ ก่อตั้งประมาณ 100 กว่าปี ประชากรส่วนใหญ่อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้ๆ แม่น้ำลำห้วย ในสมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง ลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำลำห้วย เรียกว่า ดอกกำปอง ดังนั้นชื่อของหมู่บ้าน จึงได้เรียกตามชื่อของดอกไม้รวมกับแม่น้ำ เป็น บ้านแม่กำปอง

ดอยเวียงผา (Doi Wiang Pha) ตามที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2532 กำหนดให้ปี พ.ศ. 2532-2535 เป็นปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนอุทยานแห่งชาติ จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ของส่วนอุทยานฯ มาสำรวจและจัดตั้งให้ดอยเวียงผาเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มนำแม่ฝางท้องที่ต.ศรีดงเย็น ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ ท้องที่ต.แม่ข่า ต.แม่คะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ท้องที่ต.ป่าแดด ต.ศรีถ้อย ต.ท่าก๊อ จ.เชียงราย โดยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา” มีเนื้อที่ประมาณ 356.7777 ตารางกิโลเมตร หรือ 222,986 ไร่

ดอยปุย เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ มีลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบ ๆ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส

เวียงกุมกามปัจจุบัน อยู่ในเขตการปกครองท้องถิ่นของเทศบาลตำบลท่าวังตาล เทศบาลตำบลหนองผึ้ง อำเภอสารภี และเทศบาลตำบลหนองหอย อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๕ กิโลเมตร จากการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศ และการสำรวจทางโบราณคดี มีร่องรอยแนวกำแพงเวียงทางทิศใต้คูเวียงทางทิศเหนือและทิศตะวันออก สันนิษฐานตามสภาพว่า เวียงมีลักษณะสี่เหลี่ยมผีนผ้า ขนาดกว้าง ๖๐๐ เมตร ยาว ๘๕๐ เมตร โดยประมาณ สำนักงานศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่ กรมศิลปากร ดำเนินการขุดค้นขุดแต่ง และอนุรักษ์โบราณสถาน ที่อยู่ทั้งภายใน และภายนอกเวียงเล้ว จำนวน ๔๒ แห่ง ยืนยันว่า ฐานโบราณสถานทุกแห่งถูกทับถมด้วยตะกอนน้ำท่วม ในระดับ ๑ – ๒ เมตร เวียงกุมกามในปัจจุบัน จึงมีสภาพดังเช่น “นครโบราณใต้พิภพ” ที่ถูกเปิดเผยออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้

ผาช่อ อุทยานแห่งชาติแม่วาง อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ “ผาช่อ” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่เป็นปรากฎการณ์อันน่าอัศจรรย์ของธรรมชาติ เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำ และเปลี่ยนเส้นทางผ่านระยะเวลาอันยาวนานกลายเป็นผาสูงและเสาดินรูปร่างแปลกตา ซึ่งวันนี้ถูกยกเทียบให้เป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” ผาช่อ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมฝน จนทำให้แผ่นดินที่เชื่อกันว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนบริเวณแห่งนี้เคยเป็นเส้นทางเดินของแม่น้ำปิง ซึ่งสังเกตได้จากก้อนกรวดหินกลมมนกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อดิน จนกระทั่งแม่น้ำปิงได้เปลี่ยนทิศทาง ไหลผ่านไปที่อื่น ตะกอนแม่น้ำปิงก่อตัวทับถมกันเป็นชั้น ๆ และถูกกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผามีลวดลายสวยงามมีลักษณะเป็นกำแพงและเสาขนาดใหญ่เป็นบริเวณกว้าง ผาช่อเป็นหน้าผาสูงประมาณ 30-50 ม.

อำเภอนันทบุรี สวิตเซอร์แลนด์แดนเหนือแห่งเชียงใหม่ (อำเภอที่ 26 ของจังหวัดเชียงใหม่) อำเภอนันทบุรี เป็นชื่อเดิมของ ต.ม่อนจอง ต.แม่ตื่น อ.อมก๋อย ตามหลักฐานที่บันทึกบนใบลาน เป็นอักษรไทยล้านนา ที่ระบุว่า “เมืองตี๋นนันทบุรี” อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 290 กิโลเมตร ห่างจาก อ.อมก๋อย 76 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง ประชากร 15,442 คน จำนวน 4,751 ครอบครัว ประกอบด้วย 4 ชนเผ่า คือ พื้นเมือง กะเหรี่ยง มูเซอ และม้ง รวม 25 หมู่บ้าน